ซุบซิบ นินทาประสาพี่น้อง ณ สงขลา

ตามคำสัญญาหลังจากงานทำบุญครบรอบ 99 ปี คอลัมนิสต์ของเราจะออกซุบซิบ นินทา ฉบับที่ 5 มาให้พวกเราได้ชมกันนะครับ ณ บัดนี้ขอเชิญทุกท่านได้สัมผัสกันเลยครับว่าซุบซิบนินทา ฉบับนี้จะดุเด็ดเผ็ดร้อนขนาดไหน

 

วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๔๕๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานนามสกุล "ณ สงขลา" (เขียนเป็นอักษรโรมันว่า " na Songkhla " แก่พระยาพฤกษาภิรมย์ (ฑิตย์) กรมมหาดเล็ก สกุลเจ้าพระยาสงขลา เป็นลำดับที่ ๑๐๘

เดือนพฤษภาคมผ่านไปอีกเดือน เด็กๆก็อายุมากขึ้นอีกเดือน ส่วนท่านผู้ใหญ่ก็อายุ(เหลือ)น้อยลงไปอีกเดือนเช่นกัน เดือนที่ผ่านมาคุณหมอสุภัค ณ สงขลา ก็ได้จากพวกเราไปอีกท่านหนึ่ง เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่อง ธรรมดาที่ใครก็หลีกหนีไม่พ้น สิ่งที่ทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์ก็คือคุณงามความดี ที่ท่านได้สร้างเอาไว้เป็นเกียรติ แก่วงศ์ตระกูลและบรรพชนรุ่นหลัง ที่ควรจะสืบทอดและยึดถือเป็นตัวอย่าง ... ในปีนี้เป็นปีที่เราได้รับพระราชทานนามสกุลมาครบ 99 ปีแล้วและกำลังจะเข้าสู่ปีที่ 100 ในปีพ.ศ. 2556 เพื่อให้สมกับเกียรติสกุลที่บรรพบุรุษได้สร้างสะสมมากว่า200 ปี เราจะเริ่มมีกิจกรรมเพื่อฉลองวาระนี้ิอย่างต่อเนื่องโดยเริ่มจากการทำบุญเลี้ยงพระเพล ณ วัดสุทธิวราราม ชนิดปิดวัดเหมาฟลอร์ โดยขอเชิญคณาญาติทุกสายสกุลที่เกี่ยวข้องร่วมทำบุญในวันอาทิตย์ที่ 1กรกฎาคม โดยที่ท่านไม่ต้องใส่ชุดลูกเสือใดๆ เพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวันลูกเสือแห่งชาติแต่อย่างใด

วันอาทิตย์เดือนอ้ายแรมสิบสามค่ำ จุลศักราชได้ ๑๒๐๗ (พศ. ๒๓๘๘) ปีเถาะนักษัตรสัปตศก เพลา ๓ โมงเช้า พระยาวิเชียรคิรี ศรีสมุทวิสุทธิศักดา มหาพิไชยสงครามรามภักดี พิริยพาหะ ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาที่ ๔ นั่ง ณ จวน พร้อมด้วยกรมการผู้ใหญ่ผู้น้อยปรารภถึงวงษ์สกูลว่า ได้ครองเมืองสงขลามาแต่ครั้งไหน สักกี่ชั่วมาแล้ว หามีผู้ใดจะเล่าได้ไม่….” ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มีการริเริ่มในการรวบรวมประวัติศาสตร์ของผู้สืบสกุลและสืบเชื้อสาย สกุล “ณ สงขลา” และในปี พศ. 2556 ถือเป็นปีที่สกุล “ณ สงขลาได้รับพระราชทานมาครบ 100 ปี

ครั้นปีพ.ศ. 2293 ในวัย 34 ปีของชายหนุ่มนามว่าเหยี่ยง แซ่เฮา ได้เดินทางมาถึงถิ่นแดนแคว้นสยาม เริ่มต้นประวัติศาสตร์สกุล ณ สงขลา โดยมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ เมืองเก่าของสุลต่านริมเขาแดง โดยเป็นที่รู้จักกันในนาม“ตั้วแปะ” ทำการปลูกผักกาดอยู่ปีหนึ่ง ก่อนที่จะขยับขยายมายัง ยังตำบลบ้านทุ่งอาหวัง แขวงเมืองจะนะ สร้างสวนพลูอยู่อีก3 ปี ก่อนที่จะย้ายอีกครั้งหนึ่งมายังตำบลบ้านบ่อยางที่บ้านหลวงบริรักษ์ภูเบนทร์ในเมืองสงขลา อีก 5 ปีก่อนที่จะมาตั้งเรือนค้าขายอยู่ฝากแหลมสน โดยระหว่างนี้ได้ให้กำหนิดบุตร 5 คน อันเป็นจุดเริ่มต้นของการสืบสกุล และ จุดเริ่มต้นของบรรพชนชาว ณ สงขลาและสายสกุลอื่นๆอีกหลายสายที่ได้รับพระราชทานสืบมาในภายหลัง  พ.ศ. 2312 ถือเป็นปีเริ่มต้นของการรับใช้ชาติบ้านเมืองของตระกูล ณ สงขลาโดยท่านเหยี่ยงได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็น หลวงอินทคิรีสมบัติ นายอากรทำอากรรังนกเกาะสี่เกาะห้าและที่สุดเป็นเจ้าเมืองสงขลาคนแรกในปีพ.ศ. 2318 ในรัชสมัยของพระเจ้าตากสินมหาราช

Page 1 of 2

Back to Top