บันทึกความภูมิใจไมตรี ตอนที่ 1

เยี่ยมคารวะประธานตระกูล ณ สงขลา สืบสานเกียรติภูมิเจ้าพระยาคนสุดท้ายของราชอาณาจักรไทย

สวัสดีครับ ญาติสายสกุล ณ สงขลาทุกท่าน

สายสกุล ณ สงขลา ของพวกเราไม่ว่าจะอยู่ในแห่งหนใด ล้วนมีความรักความผูกพัน และมีความภาคภูมิใจในเกียรติยศของตระกูลที่สืบเชื้อสายจาก ท่านเหยี่ยง แซ่เฮา พระยาสุวรรณคีรีสมบัติ เจ้าเมือง ณ สงขลา ในสายสกุลของพวกเราคนที่หนึ่ง ซึ่งท่านมีความวิริยะอุตสาหะ สืบเกียรติภูมิของตระกูล 呉 หรือออกเสียงว่า อู๋ เฮา ไหง้วโก๊ะ ที่สืบเชื้อสายจากประเทศจีนมาก่อนหน้านั้นหลายพันปี และสืบต่อมาถึงรุ่นพวกเรากว่า 250 ปี

คณะกรรมการ ชมรมสายสกุล ณ สงขลา รุ่นปี 2562-2564 เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมให้ญาติๆในสายสกุล ณ สงขลา ได้สัมผัสถึงความภาคภูมิใจในสายสกุล ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถส่งต่อถึงรุ่นลูกหลานได้ไม่สิ้นสุด จึงดำเนินกิจกรรมเข้าเยี่ยมคารวะผู้ใหญ่ในสายสกุล พร้อมขอเรียนรู้เรื่องราวที่จะนำมาเผยแพร่แก่ญาติๆในวงกว้างได้ต่อไป

ในวันการประชุมครั้งที่ 1 คณะกรรมการชมรมสายสกุล ณ สงขลา ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ ท่านประธานตระกูล ณ สงขลา ดร.วินิตา ศุกรเสพย์ ที่บ้าน จิตตสุข ถนน สีลม ซึ่งเป็นที่พำนักหลักของท่านเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ (จิตร ณ สงขลา) ท่านเจ้าพระยาคนสุดท้ายของราชอาณาจักรไทย และรับราชการใน 5 แผ่นดิน โดย

รวมถึงตำแหน่งอันสำคัญยิ่งได้แก่ อดีตประธานศาลฎีกา เสนาบดีกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีหลายกระทรวง ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งองคมนตรี และประธานองคมนตรี

 ดร.วินิตา ได้ขอให้พวกเราเรียกท่านว่า “พี่แมว” เพื่อความสนิทสนม พี่แมวเล่าให้พวกเราฟังถึง

เหตุการณ์ในความทรงจำเกี่ยวกับท่านเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศว่า คุณตาเป็นคนซื่อสัตย์และจงรักภักดีมาก ในตระกูล ณ สงขลาที่มักกล่าวถึงท่าน คงเป็นเพราะท่านดำรงตำแหน่งสำคัญและเป็นเจ้าพระยา ในขณะที่น้องชาย ซึ่งเดินทางมาจากสงขลาในตอนเด็กด้วยกันกับคุณแม่คือพระยามานวราชเสวี กล่าวคือคุณทวดเชื้อพาลูกสองคนรอนแรมจากบ้านที่สงขลามาไกลถึงกรุงเทพ ท่านทั้งสองพี่น้อง มาเรียนหนังสือที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ท่านเป็นคนที่สร้างตัวขึ้นมาเองตั้งแต่อายุน้อย จนในที่สุดขึ้นถึงตำแหน่งสูงสุดตามที่ปรากฏ  ท่านมีความโดดเด่น เป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมและเป็นเจ้าพระยา

ในเรื่องครอบครัวที่เติบโตมาที่บ้านจิตตสุขนี้ คุณตามีลูก 11 คน ซึ่งคุณยายสุขภาพไม่ดีไม่น่าจะมีลูกได้ถึง 11 คน คุณแม่ คือคุณถนิต ไกรฤกษ์ เป็นลูกสาวคนโต ในช่วงที่คุณแม่และคุณพ่อพี่แต่งงานกัน เป็นเรื่องที่เก๋มากในสมัยนั้น เพราะลูกสาวเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ แต่งงานกับลูกชายเจ้าพระยามหิธร ตอนที่คุณแม่กับคุณพ่อแต่งงานกัน ก็ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านที่สีลมนี้ ปัจจุบันเป็นบ้าน น้าหมอ ยาใจ ณ สงขลา ถัดจากที่เราอยู่ในวันนี้ไปสองหลัง พี่เองรู้สึกภูมิใจที่รับหน้าที่เป็นประธานตระกูล  คุณแม่พี่มักจะเอาตัวพี่ไปอยู่ทางตระกูล ณ สงขลาตลอด ไม่ค่อยได้อยู่กับทางตระกูลไกรฤกษ์

ความสำเร็จของคุณตาทั้งหมดมาจากความพยายาม เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับญาติในสายสกุล สิ่งประทับใจอีกอย่างในตระกูล ณ สงขลาคือ มีความสนิทสนมกันกับทุกคนง่ายมาก ตระกูล ณ สงขลามีความเป็นมิตร

สำหรับการทำงานของชมรมสายสกุล ณ สงขลา พี่เห็นว่าควรจะมีตารางว่าปีหนึ่งมีกิจกรรมอะไรบ้าง จะได้บอกกันตั้งแต่ต้นปีไปเลย จะได้ไม่มีการอ้างว่าไม่รู้  รู้กันแล้วตั้งแต่ต้น ทุกคนก็ควรจะเก็บเวลาเอาไว้ในปฏิทินของเรา จะได้มีความผูกพัน ที่จะได้มาเจอกัน มาทำงานร่วมกัน

พี่อยากจะเล่าให้พวกเราทราบไว้ว่าศูนย์กลางจริงๆในกรุงเทพฯ คือวัดสุทธิวราราม  ในวัดสุทธิฯ มีห้องให้เราประชุมโดยไม่เสียสตางค์ด้วย ซึ่งพวกเราคงเคยไปใช้  ท่านเจ้าอาวาสดีมาก มีความเมตตา สำหรับคนที่มาจากต่างจังหวัดไม่มีที่พัก ท่านจัดที่พักให้ฟรี ท่านมีที่หลับที่นอนเปลี่ยนสะอาดให้หมดทุกอย่าง  ให้พวกเราได้ทราบว่าวัดสุทธิฯ เป็นวัดของตระกูลจริงๆ พวกเราสามารถถือวัดสุทธิฯ เป็นศูนย์กลางการรวมการทำงานได้

สิ่งที่พี่อยากจะฝากถึงญาติๆในสายสกุล ณ สงขลา ว่าควรจะมาร่วมกันมากขึ้น  เพราะในขณะนี้คนที่มาร่วมกิจกรรม มักจะเป็นคนเดิมๆ คนที่มาก็มา คนที่ไม่มาก็ไม่มา  เพราะฉะนั้น หากเรารู้ว่าปีหนึ่งจะมีอะไรบ้าง เราก็คงจะมาร่วมได้มากขึ้น

อีกประการคือเราควรจะรักกัน เพราะสายสกุลของเราก็มีกันอยู่เช่นนี้ ดีใจที่กรรมการในปีนี้ดูหน้าตาอายุน้อยๆกันอยากให้พวกเราช่วยเหลือกัน

สุดท้ายนี้ ขออวยพรถึงญาติๆสายสกุล ณ สงขลาให้ความสำเร็จเกิดขึ้นกับทุกคน ทั้งงานส่วนตัว งานราชการ และงานที่ทำให้สายสกุล ณ สงขลา ขอให้มีความสำเร็จทั้งสามอย่างค่ะ

 —-

ในโอกาสที่ได้เข้าไปกราบคารวะผู้ใหญ่ในสายสกุล ณ สงขลานี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องราวที่ท่านได้ถ่ายทอดจะช่วยให้พวกเราในสายสกุลจะรู้สึกภาคภูมิใจและรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมกันยิ่งขึ้นไม่ว่าตัวพวกเราจะอยู่ที่ใดก็ตาม และยังเป็นเรื่องราวที่สามารถส่งต่อถึงลูกหลานในรุ่นถัดไป ซึ่งจะขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญให้กับสายสกุลอีกในอนาคตต่อไป

ดร. เอกพล ณ สงขลา

บทความ


ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๕๓ : พงศาวดารเมืองสงขลา ตอนที่ ๒

ฉบับเจ้าพระยาวิเชียรคิรี (บุญสังข์)

แต่งเมื่อปีวอก จุลศักราช ๑๒๒๑

@ วันเสาร์เดือนสิบเอ็ดขึ้นห้าค่ำ ปีมแมนักษัตรเอกศก จุลศักราช ๑๒๒๑ เพลา ๔ โมงเช้า นั่งพร้อมกัน ณ จวนพระสุนทรนุรักษ์ ๑ พระสมบัติภิรมย์ ๑ หลวงนุรักษ์ภูเบศร์ ๑ หลวงวิเศษภักดี ๑ ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา ๔ หลวงเพ็ชรคิรีราชสงครามปลัด ๑ หลวงเทพนรินทร์อินทร์เดชะ ยกรบัตร ๑ หลวงเทพสุรินทร์อินทรเสนา จ่ามหาดไทย ๑ หลวงพลฤทธิพิไชย ๑ หลวงเทพมณเฑียร น่าวัง ๑ หลวงพิทักษ์ โกษา คลัง ๑ หลวงทิพมนตรีศรีราชสมโภช กรมนา ๑ หลวงเพ็ชรบุรีศรีราชวังเมือง นครบาล ๑ หลวงพิไชยเสนา สัสดีกลาง ๑ หลวงเทพเสนา สัสดีขวา ๑ หลวงไชยปัญญา สัสดีซ้าย ๑ หลวงไชยสุรินทร์ มหาดไทยกลาง ๑ หลวงอินทรอาญา นครบาลใน ๑ หลวงเพ็ชรพยาบาล กรมช้าง ๑ หลวงพิทักษ์โยธา ๑ หลวงบำรุง ชลธาร์ ๑ หลวงท้ายวัง ๑ หลวงบำรุงอากร ๑ ขุนเทพอาญา มหาดไทยศาลา ๑ ขุนเทพสุภาแพ่ง ๑ ขุนสรพากร ๑ ขุนแก้วเสนา ๑ กรมการ ๒๒ หลวงศรีปดุการายามฆาหลี ๑ หลวงสุริยวังษา ๑ หลวงฤทธิเทวา ๑ ขุนวิเศษวาที ๑ ล่ามเมืองสงขลา ๔ รวมกัน ๓๐ ชื่อ

@ เจ้าคุณผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา โปรดสั่งว่าเรื่องราวการเมืองสงขลาแต่ก่อนได้จัดแจงทำขึ้นไว้ เมื่อครั้งพณหัวเจ้าท่าน เจ้าพระยาอินทรคิรีสมุทสงครามเจ้าพระยาสงขลา ( บุญฮุย ) ที่หนึ่ง๑ ตั้งแต่เปน พระยาสงขลาแลเปนพระยาสงขลามาหลายปีมิได้นับ ๆ แต่เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเลื่อนขึ้นเปนเจ้าพระยาอินทคิรีสมุทสงคราม เจ้าพระยาสงขลา ได้ยกเมืองมาจากเมืองนครแล้วครองเมืองสงขลาอยู่ ๓๔ ปี ต่อถึงอาสัญกรรม แลพระยาวิเศษภักดีสุรสงคราม ( จ๋อง ) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาที่ ๒ ครองเมืองสงขลาได้ ๗ ปี แล้วถึงอาสัญกรรม แลพระยาวิเชียรคิรีศรีสมุทวิสุทธิศักดา มหาพิไชยสงคราม รามภักดีพิริยพาหะ ( เซ่ง ) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาที่ ๓ ได้ครองเมืองอยู่ ๓๐ ปี แล้วถึงอาสัญกรรม มีแจ้งอยู่ในเรื่องราวแต่ก่อนนั้นแล้ว 

ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๓ : พงศาวดารเมืองสงขลา ตอนที่ ๔

ประวัติพระยาวิเชียรคิรี (เถี้ยนเส้ง)

พระยาวิเชียรคิรี (ชม) เมื่อยังเปนพระยาสุนทรานุรักษ์ เรียบเรียง

พระยาวิเชียรคิรี (เถี้ยนเส้ง) เปนบุตรที่ ๒ ของพระอนันตสมบัติ (บุญเฮี้ยว) เปนน้องร่วมมารดากับพระยาวิเศษภักดีศรีสุรสงครามพระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋ง) เดิมเมื่อพระยาวิเศษภักดี พระยาสงขลา (เถี้ยนจ๋ง) เปนผู้ว่าราชการเมืองสงขลา โปรดเกล้า ฯ ให้พระยาวิเชียรคิรี (เถี้ยนเส้ง) เปนหลวงสุนทรนุรักษ์ผู้ช่วยราชการ ภายหลังโปรดเกล้า ฯ ให้เปนพระสุนทรนุรักษ์ แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เปนพระยาวิเชียรคิรีศรีสมุทสงคราม ผู้ว่าราชการเมืองสงขลา พระยาวิเชียรคิรี (เถี้ยนเส้ง) มีบุตรกับท่านผู้หญิงทองสุก คือ ท่านผู้หญิงที่ ๑ แล้วมีบุตรกับท่านผู้หญิงแก้วชาวเมืองพัทลุงซึ่งนับเปนท่านผู้หญิงที่ ๒ บุตรที่ ๑ ชื่อลูกจันทน์ บุตรที่ ๒ ชื่อลูกอิน เปนผู้หญิงทั้ง ๒ คน ลูกจันทน์ได้ถวายเปนเจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ลูกอินนั้นเปนท่านผู้หญิงที่ ๓ ของเจ้าพระยาวิเชียรคิรี (เม่น) แต่ไม่มีบุตร

ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๓ : พงศาวดารเมืองสงขลา ตอนที่ ๒

พงศาวดารเมืองสงขลา

พระยาวิเชียรคิรี (ชม) เมื่อยังเปนพระยาสุนทรานุรักษ์ เรียบเรียง

ครั้น ณ ปีฉลู เบญจศก ศักราช ๑๑๕๕ พระจะนะทิดเพ็ชรถึงแก่กรรม เจ้าพระยาสงขลา (บุญหุ้ย) มีใบบอกให้จีนเค่งซึ่งมาแต่เมืองชีจิวหู้เปนเพื่อนร่วมศุขทุกข์กับหลวงสุวรรณคิรีสมบัติ (เหยี่ยง) ถือเข้าไปกราบบังคมทูลพระกรุณา ณ กรุงเทพ ฯ ขอรับพระราชทานให้จีนเค่งเปนพระจะนะสืบต่อไป ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ตั้งให้จีนเค่งเปนพระมหานุภาพปราบสงคราม ผู้ว่าราชการเมืองจะนะ พระจะนะ (เค่ง) ถวายจีนขวัญซ้ายบุตรที่หนึ่ง ให้ทำราชการ เปนมหาดเล็ก อยู่ ณ กรุงเทพฯ นายบัวแก้วบุตรพระจะนะ (ทิดเพ็ชร) เข้าไปทำราชการเปนมหาดเล็กอยู่ ณ กรุงเทพฯ พร้อมกับจีนขวัญซ้าย พระจะนะ (เค่ง) กลับออกมาว่าราชการเมืองจะนะ

Page 1 of 2

Back to Top